Browsing Category

Sport News

201117964_397081534866249_3381854549882108957_n

โจนาธาน ทาห์ เด็กน้อยจาก ฮัมบูร์ก

โจนาธาน ทาห์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี โดยเริ่มเส้นทางลูกหนังกับทีมอะคาเดมี่เล็กๆอย่าง ออโตนา 93 (2000-2009) ตามด้วย เอสซี คอนคอลเดีย และ ถูกจับเซ็นสัญญากับทีมเยาวชนชั้นนำของลีกอย่าง ฮัมบูร์ก ในปี 2009 ตามแบบฉบับฟุตบอลในยุคนี้หากผู้เล่นเยาวชนไม่เจ๋งจริงก็ยากที่จะไปยืนมัน 11 ตัวจริง

เช่นเดียวกับ โจนาธาน ทาห์ ถูกส่งตัวไปเล่นกับ ฮัมบูร์ก ทีมสำรอง เป็นหลักมีชื่อบ้างในเกมบุนเดสลีก้าโดยกับทีมชุดใหญ่ส่วนมากจะลงเล่นในเกมฟุตบอลถ้วยในฐานะตัวสำรองมากกว่าอย่างไรก็ตามแม้เส้นทางของเขานั้นจะไม่สวยมากนัก แต่มีหนึ่งสโมสรที่ทำให้เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นคือ……

ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ที่จุดประกาย โจนาธาน ทาห์

ในช่วงที่ โจนาธาน ทาห์ อยู่กับ ฮัมบูร์ก เขาเคยถูกปล่อยยืมตัวไปบ่มเพาะประสบการณ์กับ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ซึ่งตอนนั้นอยู่ใน บุนเดสลีก้า 2 เยอรมัน หรือ ลีกรอง (2014-2015)โดยตอนนั้นเจ้าของความสูง 195 เซนติเมตร มีอายุเพียง 18 ปี เท่านั้นแต่โดยการเล่นที่เกินอายุเขาถือเป็นแกนหลักของทีมและทีมแทบขาดไม่ได้แม้จะมีช่วงเจ็บแต่เขาก็สามารถลงช่วยทีมไปทั้งหมด 23 เกม ถือว่ามากพอสำหรับเด็กวัยแค่นี้ (จบอันดับ 10 จาก 18 ทีม)

หลังจากหมดสัญญายืมตัวเขาก็ถูก ไบเออ เลเวอร์คูเซ่น ทาบทามให้ไปร่วมทีมสุดท้าย ฮัมบูร์ก ตัดสินใจปล่อยตัว โจนาธาน ทาห์ ไปร่วมทัพซึ่งในตอนนั้นมี เอ็ดดี้ ฮาว โค้ชผู้มากับเรื่องราวมากมาย

แกนหลักของที่ทีมขาดไม่ได้

ฤดูกาลแรกของ โจนาธาน ทาห์ ถือว่าปรับเข้าระบบของ โรเจอร์ สมิดธ์ ได้เป็นอย่างดีสามารถเบียดขึ้นมาเป็น 11 ตัวจริงของทีมได้ด้วยจำนวน 29 เกม หากรวมทุกรายการปราการหลังรายนี้สามารถลงสนามช่วยทีมในฤดูกาล 2015-16 ไปถึง 45 เกม และนี่เองทำให้เขาก้าวสู่เวทีทีมชาติโดยก่อนหน้านี้เขาติดทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี มาแล้ว

โดยการเรียกติดทีมครั้งนี้ถือว่าโชคร้ายนักในเกมอุ่นเครื่อง (เจออังกฤษและอิตาลี) แต่ถือเป็นประสบการที่ดีการจะมีโชคหล่นทับเมื่อ อันโตนิโอ รูนิเกอร์ แนวรับคนสำคัญได้รับบาดเจ็บก่อนรายการ ยูโร 2016 จะเริ่มขึ้นเพียง 1 เดือน โยอาคิม เลิฟ ตัดสินเรียกโจนาธาน ทาห์ ติดทีมไปสู้ศึกในครั้งนี้แม้จะไม่ได้ลงสนามเลย

เพชรเม็ดงามที่รอเจิดจรัส

จากจำนวนเกิดที่ลงเล่นไปถึง 161 กับ ไบเออ เลเวอร์คูเซ่น ถือว่าการันตีเป็นของแท้อย่างแน่นอนแม้ช่วงหลังฟอร์มการเล่นจะมีรูดบ้างแต่ก็สามารถพาทีมมีลุ้นแชมป์แม้กระทั้งลุ้นพื้นที่ไปเล่น ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก จนสโมสรติดสินใจยื่นสัญญาฉบับใหม่ยาวถึงปี 2025 (ต่อเมื่อปี 2018) ตำนานการเผชิญหน้ากันของปืนใหญ่และหงส์แดง สุดยอดศึกแห่งศักดิ์ศรี ครั้งล่าสุด

โดยแหล่งข่าวของสปอร์ตบิลด์ ได้ยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเองความสนใจของเลสเตอร์ที่มีต่อทาห์กลับมาจริงจังอีกครั้ง แมวมองของเลสเตอร์เคยเห็นเค้าตั้งแต่สมัยอยู่ฮัมบูร์กแล้ว โดยทั้งนี้การตีข่าวถือว่าเป็นเรื่องปกติหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ เองเล็งหากองหลังเพื่อหมุนเวียนโดยเฉพาะ โซยูนซู ที่ปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน หากดีลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ทาห์ จะมีโอกาสฟาดแข้งกับเพื่อนรักอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ปัจจุบันอยู่กับ เชลซี

avsl

หงส์-ปืน กับเรื่องราวความเป็นคู่แค้น

อันที่จริงนั้นระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล นั้นไม่ได้มีเรื่องราวให้ต้องขุ่นหมองข้องใจกันในเรื่องของแฟนบอลสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามความสำเร็จตะหากที่ทำให้ทั้งสองทีมนี้เป็นการพบกันแล้วต้องเดือดกันเสมอๆ เพราะ ลิเวอร์พูล นั้นเป็นหนึ่งทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มีอดีตที่รุ่งโรจน์ ขณะที่ อาร์เซน่อล นั้นก็มีอดีตที่ยาวนานเหมือนกัน แต่พวกเขามาโดดเด่นเป็นอย่างมากในยุคของ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่พาปืนใหญ่เถลิงแชมป์เป็นว่าเล่น และหนึ่งในนั้นคือ “แชมป์ไร้พ่าย” ขณะที่ ลิเวอร์พูล ในยุคหลังนั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่การพบกับ อาร์เซน่อล ทีไร มักรับประกันผลการแข่งขันที่สนุกเร้าใจอยู่เสมอ ด้วยการเป็นท็อปโฟร์ (ท็อปซิกส์ในปัจจุบัน) ทำให้สองทีมนี้ต่างห่ำหั่นกันมาโดยตลอด

เจอกันทีไรก็บันเทิงทุกที

การพบกันระหว่างของ ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล นั้นมักลงเอยด้วยสกอร์ที่สูงอยู่เสมอ น้อยครั้งที่พวกเขาจะลงเอยด้วยผลเสมอแบบโนสกอร์ หากแฟนบอลในระยะหลังยังคงจำได้ดีกับการแข่งขันในปี 2009 ที่ทั้งสองทีมผลัดกันยิง ผลัดกันนำ และลงเอยด้วยผลเสมอไปแบบโคตรบันเทิง 4-4 เกมนั้น ข้อมูลดาวรุ่งลูกครึ่ง เควิน ดีรมรัมย์ กดคนเดียว 4 ประตู หรือจะล่าสุดในปี 2019 ในศึกลีก คัพ รอบ 4 เกมนั้นยิงกันมันส์เท้าและลงเอยด้วยผลเสมอ 5-5 ก่อนจะเป็น ลิเวอร์พูล ที่แม่นโทษมากกว่า เอาชนะไปได้ 5-4 นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการพบกันทั้งสองทีมนี้จึงบันเทิงทุกครั้ง

เชือดเฉือนกันทั้งในและนอกสนาม

การพบกันของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล นั้นต่างสร้างความบันเทิงให้กับแฟนฟุตบอลเป็นอย่างมาก และไม่แค่ผลงานในสนามเท่านั้น แต่ผลงานนอกสนามก็จัดว่าเด็ดไม่น้อย ย้อนกลับไปในปี 1989 ลิเวอร์พูล ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า เมื่อพวกเขาโดน ไมเคิ่ล โธมัส ยิงจนพลาดแชมป์ให้กับปืนใหญ่แบบน่าเจ็บใจสุดๆ ฤดูกาลต่อมาหงส์แดงไม่รีรอเซ็น ไมเคิ่ล โธมัส ร่วมทีม ใช่แล้ว! โธมัส ที่ยิงหงส์แดงจนนต้องน้ำตาร่วง และทำให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ไม่ได้สัมผัสแชมป์ลีกนานกว่า 30 ปี หรือจะเป็นเรื่องราวของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่อาร์เซน่อลหัวหมอด้วยการจะพยายามเซ็นดาวยิงอุรุกวัยด้วยราคา 40 ล้าน + 1 ปอนด์ หลังทราบว่าค่าฉีกสัญญาของหม่อมเหยินอยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ ไปๆ มาๆ คดีพลิก เพราะแท้ที่จริงแล้ว 40 ล้านปอนด์ คือค่าตัวที่ลิเวอร์พูลพร้อมจะเจรจาซื้อตัวด้วยเท่านั้น เรื่องนี้สร้างความหน้าแตกให้กับ อาร์เซน่อล เป็นอย่างมาก กรณีล่าสุดคงเป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ตัดสินใจจากอาร์เซน่อลมาซบลิเวอร์พูล ในยุคของ เจอร์เกน คล็อปป์ สุดยอดปราการหลังแห่งเลเวอร์คูเซ่น โจนาธาน ทาห์ เพื่อแสวงหาความสำเร็จ ซึ่ง “อ็อกเหล็ก” ได้ประสบความสำเร็จกับหงส์แดงคว้าแชมป์มากมาย รวมไปถึง แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก ตอกหน้าปืนใหญ่อีกด้วย

219168009_554529565958501_636474350270012244_n

แกรี่ ลินิเกอร์

หากให้นึกถึงชื่อกองหน้าระดับตำนานประจำวงการฟุตบอลอังกฤษ หรืออาจรวมไปถึงระดับโลก “แกรี่ ลินิเกอร์” (Gary Lineker) คงเป็นหนึ่งในนักเตะขึ้นหิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะด้วยผลงานรวมถึงบุคลิกส่วนตัว ต่างเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเขาเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนบอล หรือนักเตะทีมชาติไทยอย่างเควิน ดีรมรัมย์ เราลองมาทำความรู้จักกับตัวเขาให้มากขึ้นในบทความนี้

ผลผลิตจาก ‘เลสเตอร์ซิตี้’

“แกรี่ ลินิเกอร์” ก่อนที่เขาจะเป็นนักวิจารณ์ฟุตบอลชื่อดังอย่างในปัจจุบัน เขาเคยทำนายทีมที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้ค่อนข้างแม่นยำ หากย้อนไปในสมัยเป็นนักเตะที่เติบโตจากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ เมื่อที่เขาเกิดและเติบโตมา เข้าได้ไปฝึกกับศูนย์ฝึกเยาวชนของเลสเตอร์ในวัย 16 ปี เขาได้รับฉายา “มิสเตอร์ ไนซ์ กาย” นั่นเป็นเพราะว่าตลอดอาชีพค้าแข้งของเขานั้น ไม่เคยโดนใบเหลืองแม้แต่ใบเดียว ลินิเกอร์ เริ่มประเดิมสนามให้กับเลสเตอร์ในทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาล 1978-79 แต่เขากลับได้รับโอกาสลงสนามน้อยจากการเล่นในระดับลีกสูงสุด ก่อนที่เลสเตอร์จะตกชั้นในที่สุด เข้าสู่ฤดูกาล 1981-82 ลินิเกอร์ ตัวเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของเลสเตอร์ แต่กลับพลาดโอกาสเลื่อนชั้นอย่างน่าเสียดายแต่ในปีถัดมาเขาก็ทำตามเป้าหมายสำเร็จด้วยการคว้าอันดับ 3 โดยเขาคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดทำไป 26 ประตู แกรี่ ลินิเกอร์ ทำสถิติยิงประตูรวมทุกรายการให้กับเลสเตอร์ซิตี้มากถึง 103 ประตู โดยเป็นอันดับที่ 7 ของสโมสร จากการลงสนามไปทั้งสิ้น 216 นัด

คว้าแชมป์ระดับทวีป

ลินิเกอร์ ย้ายจากเลสเตอร์ไปค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1985-86 โดยยิงไป 40 ประตูจากการลงสนาม 42 นัด

หากเทียบกับบรรดากองหน้าอังกฤษรุ่นเดียวกันแล้ว ลินิเกอร์ ถือได้ว่ามีฝีเท้าล้ำหน้ากว่าเพื่อน ๆ ในหลาย ๆ ด้าน ด้วยความสามารถและเฉลียวฉลาดที่อาจเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ติดตัวมา ลินิเกอร์ สามารถปรับตัวเข้ากับการค้าแข้งในต่างแดนอย่างไม่มีปัญหา

นั่นทำให้ตัวเขาได้เผชิญความท้าทายครั้งใหม่กับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า โดยตัวเขาได้แชมป์ระดับทวีปเป็นครั้งแรก นั่นคือแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ เมื่อปี 1989 และแชมป์ โกปา เดล เรย์ หลังจากเล่นให้บาร์ซ่าเป็นเวลา 3 ปี ลินิเกอร์ก็ย้ายกลับมาสู่ลีกอังกฤษอีกครั้ง โดยตัวเขาเลือกเซ็นสัญญากับทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปี 1991 โดยตัวเขายิงไป 67 ประตูในการลงสนาม 105 เกม ก่อนจะจบอาชีพค้าแข้งกับ นาโยกะ แกรมปัส เอต ใน เจ ลีก ญี่ปุ่น พร้อมปิดฉากการค้าแข้งในวัย 34 ปี

ผลงานในนามทีมชาติอังกฤษ

ลินิเกอร์ ได้รับโอกาสรับใช้ชาติครั้งแรกในเกมที่อังกฤษเจอกับสก็อตแลนด์ในปี 1984 คว้ารางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลโลกปี 1986 ตามด้วยพาทีมผ่านเข้าถึงรอบเซมิ ไฟนัล ในทัวร์นาเมนต์ถัดมาปี 1990 เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ อังกฤษ รองจากชุดแชมป์ เวิลด์ คัพ 1966 ด้วยการพาทีมก้าวถึงรอบตัดเชือก ฟุตบอลโลก 1990 แม้ต้องปราชัยต่อเยอรมันตะวันตก ก่อนจบอันดับที่ 4 ในที่สุด ตลอดระยะเวลา 12 ปีในสีเสื้อ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ เขารับใช้ทีมชาติไปกว่า 80 นัด และทำไป 48 ประตู พร้อมครองอันดับ 3 บนชาร์ตดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษ เป็นรองสถิติทีมชาติอังกฤษของ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เพียงไม่กี่ประตูเท่านั้น หลังจากรีไทร์จากการเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาไม่ได้เป็นโค้ชเหมือนอย่างคนอื่น ๆ เช่น เอ็ดดี้ ฮาว ลินิเกอร์ แต่หันมาเอาดีด้านสื่อที่วิจารณ์เกมการแข่งขันมากกว่าอย่างที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันในตอนนี้

198572232_174121934661879_6775536996814918126_n

เอ็ดดี้ ฮาว จากนักเตะสู่โค้ช

มีนักฟุตบอลหลายคนที่เมื่อเลิกเล่นแขวนสตั๊ดไป ก็หันมาเอาดีกับการเป็นโค้ช ซึ่งหลายคนก็ทำได้ดี จนมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าสมัยเป็นนักเตะ เอ็ดดี้ ฮาว เองก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ว่าเขาจะลงสนามให้กับ บอร์นมัธ ไปมากกว่า 200 แมตช์ ในสมัยเป็นนักเตะ แต่กว่าเขาจะมีชื่อเสียงในวงกว้างก็ต้องรอถึงตอนที่เขาสวมบทผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล เล็งดึง เอ็ดดี้ ฮาว คุมทีม

สมัยค้าแข้ง

เอ็ดดี้ ฮาว หรือชื่อเต็มว่า เอ็ดเวิร์ด จอห์น แฟรงค์ ฮาว เริ่มต้นอาชีพฟุตบอลกับทีมเยาวชนท้องถิ่นอย่าง รอสส์การ์ธ ตามมาด้วย พาร์ลี่ย์ สปอร์ตส จากนั้นเขาก็ไปเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ บอร์นมัธ เขาประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนธันวาคม 1995 ในเกมที่เจอกับ ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนที่จะสถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นคนสำคัญคนหนึ่งของทีมในตอนนั้น

เขารับใช้ บอร์นมัธ ไปมากถึง 200 แมตช์ ก่อนที่ในปี 2002 พอร์ทสมัธ ภายใต้การคุมทีมของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บก็ทำให้เขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งที่นั่น ก่อนที่สุดท้ายในปี 2004 เขาจะย้ายกลับมาเล่นให้กับสโมสรที่เขาเติบโตขึ้นมาอย่าง บอร์นมัธ และก็แขวนสตั๊ดที่นี่เมื่อปี 2007 ก่อนผันตัวมาเอาดีทางด้านโค้ช ประวัติตำนานอังกฤษ แกรี่ ลินิเกอร์

รับบทบาทโค้ชที่ บอร์นมัธ

อันที่จริงในสมัยค้าแข้งในวัย 29 ปี ฮาว ก็เริ่มต้นจับงานโค้ชแล้ว โดยในปี 2006 เขาได้รับบทบาทเป็นนักเตะและโค้ชในทีม บอร์นมัธ ซึ่งคุมทีมโดย เควิน บอนด์ จากนั้นเมื่อแขวนสตั๊ด เขาก็มารับบทบาทผู้จัดการทีมชุดสำรองแบบเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน 2008 เขาก็เสียตำแหน่งนี้ไป หลังจากที่ บอนด์ ถูกไล่ออก

แต่แล้ว ฮาว ก็ได้กลับมาทำงานกับสโมสรแห่งนี้อีกครั้งในฐานะโค้ชทีมชุดเยาวชน ก่อนที่จะขยับขึ้นมารับบทบาทโค้ชทีมชุดใหญ่ หลังจากที่ จิมมี่ ควินน์ ถูกไล่ออก โดยในตอนนั้นเมื่อเดือนธันวาคม 2008 เขายังคุมทีมในฐานะกุนซือขัดตาทัพอยู่ จากนั้นเมื่อผลงานเป็นที่น่าพอใจ เขาก็ได้เซ็นสัญญาคุมทีมแบบเป็นการถาวร

อำลาสโมสรก่อนกลับมาสร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่

ฮาว ได้ไปคุมทีม เบิร์นลี่ย์ อยู่พักหนึ่งระหว่างปี 2011 ถึง 2012 แต่สุดท้ายก็กลับมารับงานที่ บอร์นมัธ เหมือนเดิม โดยคราวนี้เขาทำผลงานได้เปรี้ยงปร้างสุดๆ โดยในปี 2013 เขาพาทีมเลื่อนชั้นจาก ลีกวัน ขึ้นสู่ แชมเปี้ยนชิพ และถัดมาในปี 2015 ก็พาทีมทะยานขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก คราวนี้ชื่อเสียงของเขาเริ่มไม่ธรรมดา ใครๆ ต่างก็รู้จักเขามากขึ้น โจนาธาน ทาห์ ใจกลางแนวรับทีมห้างขายยา

เขาคุมทีม บอร์นมัธ อยู่นานถึง 8 ปี ก่อนที่การจากลามาถึงจนได้ เมื่อทางสโมสรได้แจ้งข่าวเมื่อปี 2020 ว่า ฮาว จะไม่อยู่คุมทีมต่อแล้ว แต่สุดท้ายถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้จัดการทีม บอร์นมัธ อีกต่อไป แต่เขาก็จะยังเป็นที่จดจำสำหรับแฟนๆ เป็นตำนานในฐานะยอดโค้ชผู้ก้าวจากนักเตะมาคุมทีมพุ่งทะยานสู่ความยิ่งใหญ่

kd

เควิน ดีรมรัมย์ ประวัติและเส้นทางอาชีพ

นับตั้งแต่ย้ายจาก เยอร์การ์เด้น ไอเอฟ มาค้าแข้งกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชื่อของ เควิน ดีรมรัมย์ ก็ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะแม้จะเป็นลูกครึ่งสวีเดน-ไทย แต่ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติ U-23 กระทั่งก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งด้วยวัยแค่ 23 ปี ยังมีเส้นทางการค้าแข้งรอเขาอยู่อีกมาก และนี่คือประวัติของแบ็กซ้ายลูกครึ่งรายนี้

ช่วงชีวิตวัยเด็กของ เควิน ดีรมรัมย์

เควิน เกิดที่กรุงสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน คุณพ่อเป็นชาวสวีเดน และคุณแม่เป็นชาวบุรีรัมย์ รวมทั้งยังมีพี่สาวอีก 1 คน ทั้งหมดใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสวีเดน กระทั่งอายุ 15 ปี เจ้าตัวก็ได้รับเลือกให้เล่นในอคาเดมีของ เยอร์การ์เด้น ไอเอฟ สโมสรชั้นนำของสวีเดน รวมไปตอนอายุ 17 ปี ที่ได้ย้ายไปเล่นให้ แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญายืมตัว

เส้นทางค้าแข้งช่วงแรกของ เควิน ดีรมรัมย์

หลังไม่ได้รับการเซ็นสัญญาถาวรจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ทาง เควิน กลับมามุ่งมั่นกับชีวิตนักเตะที่ แกรี่ ลินิเกอร์ ตำนานแข่งอังกฤษ พร้อมได้รับการผลีกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2016 แต่ไม่อาจเบียดแย่งตัวจริงได้สำเร็จ ทำให้ถูกส่งไปหาประสบการณ์ในลีกรองกับ แอตวิดาเบิร์ก และลงสนามไปมากถึง 25 เกม ก่อนจะกลับมายัง เยอร์การ์เด้น ด้วยเป้าหมายการยึดตัวจริง

เส้นทางค้าแข้งช่วงหลังของ เควิน ดีรมรัมย์

อย่างไรก็ตาม เควิน ไม่ได้รับโอกาสจาก เยอร์การ์เด้น อีกทั้งเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ สมาคมฟุตบอลไทย กำลังเฟ้นหาเพชรเม็ดงามในต่างแดน นั่นทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายจากยุโรป มาค้าแข้งในประเทศไทย กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในปี 2017 พร้อมยิงได้ 1 ประตู จากการลงสนาม 28 นัด และติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี
ซึ่งหลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทำให้ เควิน ได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ แต่ “เสี่ยฟลุ๊ค” ธนวัชร์ นิติกาญจนา ไม่ยอมปล่อยออกไป กระทั่งนักเตะแจ้งขอย้ายทีมด้วยตัวเอง และสุดท้ายเป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่คว้าตัวเพชรเม็ดงามรายนี้ไปครอบครองในปี 2018 ด้วยค่าตัว 40 ล้านบาท ปัจจุบันลงสนามไป 66 เกม ยิงได้ 6 ประตู

ผลงานกับทีมชาติไทยของ เควิน ดีรมรัมย์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 เควิน โดนเรียกตัวติดทีมชาติสวีเดน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ก่อนจะได้รับโอกาสในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และ 19 ปี ตามลำดับ แต่สุดท้ายเลือกที่จะย้ายมายังประเทศไทย และรับใช้ “ช้างศึก” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดคว้าแชมป์ ย้อนตำนานการประจันหน้า อาร์เซนอล – ลิเวอร์พูล 2017 แถมยังก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสลงสนามไปแค่เกมเดียว เนื่องจากมักมีปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องถอนตัวเสมอ จนท้ายที่สุดโดนแฟนบอลปรามาศว่าไม่ต้องการเล่นให้ไทย กระนั้นเจ้าตัวยืนยันพร้อมรับใช้ชาติเสมอ

ชีวิตครอบครัวของ เควิน ดีรมรัมย์

ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ คือข่าวประกาศเตรียมลั่นระฆังวิวาห์ของ เควิน กับแฟนสาว เอลล่า ซูฟาร์ นางแบบชาวคาซัคสถาน ซึ่งทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน โดย เอลล่า มีดีกรีเป็นนางแบบอินเตอร์ที่มีผลงานมากมาย แม้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ แต่เราก็ขออวยพรให้ เควิน ทั้งลัคกี้ อิน เกม และลัคกี้ อิน เลิฟ ด้วยนะครับ

JuYYMv.gif

สื่อดังเผย ผี ไม่พร้อมจ่าย 120 ลป.เพื่อเป็นค่าตัว แฮร์รี่ เคน

สื่อดังเผย ผี ไม่พร้อมจ่าย 120 ลป.เพื่อเป็นค่าตัว แฮร์รี่ เคน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ได้มีรายงานออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินจำนวน 120 ล้านปอนด์เพื่อค่าตัวของ แฮร์รี่ เคน และ ดาเนียล เลวี่  เองก็ไม่ต้องการที่ขายตัวนักเตะให้กับทีมจากพรีเมียร์ลีก

โดยมีข่าวออกมาว่า แฮร์รี่ เคน ตกเป็นข่าวต้องการที่จะย้ายออกจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพื่อสร้างโอกาสในการคว้าแชมป์ให้กับตัวเอง

ซึ่งทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็ต้องการกองหน้าคนใหม่เข้ามาสู่ทีมหลัง เอดินสัน คาวานี่ จะตัดสินใจอำลาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดหลังจบฤดูกาล

ทั้งนี้ The Athletic สื่อดังได้รายงานว่า เป้าหมายอันดับหนึ่งของ ยูไนเต็ด ก็คือ เออร์ลิง ฮาลัน แต่ถ้าค่าตัวของ ฮาลัน มากเกินไป พวกเขาก็จะเปลี่ยนแผนไปที่ตัวของ เคน

และทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นไม่พร้อมที่จะจ่ายเงิน 120 ล้านปอนด์ตามที่ท็อตแน่มต้องการแน่นอน และทาง เลวี่  เองก็ไม่ต้องการที่ขายตัวนักเตะให้กับทีมจากพรีเมียร์ลีก เช่นกัน

sell-960x100

[mc4wp_form id=”93618″]

JUpM9O.jpg

มาร์ติน คีโอว์น ชม กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ฟอร์มดีพาทีมชนะ

มาร์ติน คีโอว์น ชม กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ฟอร์มดีพาทีมชนะ

มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลังของ อาร์เซน่อล ชื่นชม กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่กลับมาทำประตูได้อีกครั้งในเกมที่ทีมเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้า อาร์เซน่อล วัย 19 ปีได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่เข่าและพักรักษาตัวนานร่วม 5 เดือนและกลับมาลงสนามอีกครั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2020 แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นมากนัก

ทว่าในเกมล่าสุดเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวจริงและพังตาข่ายได้อีกครั้ง ถือเป็นประตูแรกในฤดูกาลนี้ และเป็นประตูแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 ซึ่งทาง คีโอว์น ชื่นชมเจ้าหนูชาวบราซิลที่กลับมาอย่างแข็งแกร่ง

“มีการพูดคุยเกี่ยวกับการเสริมทีมของ อาร์เซน่อล และถ้าพวกเขาใข้เงินมากเกินไปกับการซื้อใครเข้ามา แต่กับเขา (มาร์ติเนลลี่) จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ – 6 ล้านปอนด์หรือมากกว่านั้น” คีโอว์น กล่าวกับบีที สปอร์ต

“มันช่วยเขาได้อย่างมาก เขาผ่านอะไรมาเยอะ, 14 เดือนนับตั้งแต่ทำประตูได้หนล่าสุด ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บ”

“สัญชาตญาณในการจบสกอร์, เขารู้ว่าต้องวิ่งไปตรงไหนและนี่ (ประตู) มันคือศักยภาพของเขา, เขาลุกขึ้นมาด้วยสองเท้าและผมคิดว่าเขาจะหลุดวงโคจรไป แต่ผู้จัดการทีมก็ยังเก็บเขาไว้”

“แต่ถ้าคุณดูผู้เล่นคนสำคัญที่ถูกถอดออกทั้ง ซาก้า, มาร์ติเนลลี่ และ ลากาแซ็ตต์ เพราะเขาต้องการปกป้องทุกคนไว้สำหรับเกมวันพฤหัสบดี”

PIqnj6.jpg

SMG เปิดตัว MidOne และ kpii อย่างเป็นทางการ

SMG เปิดตัว MidOne และ kpii อย่างเป็นทางการ

มาแล้วกับ Team SMG เปิดตัว MidOne และ kpii อย่างเป็นทางการ ให้แฟนๆ ได้เห็นทางเพจ ทีมเรียบร้อย

หลังจากที่ Team SMG เสริมทัพใหญ่ด้วยการดึงผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง MidOne และ kpii เข้ามาร่วมทีมจนทำให้สามารถผ่านรอบคัดเลือกเข้าไปเล่นใน Lower Divison ของ DPC League SS2 โซน SEA ได้

(แม้ว่าจะมีโชคหลังจาก Team D ถูกปรับตกรอบจากการใช้ผู้เล่นซ้ำซ้อนกับทีมอื่น) พวกเขาก็ทำการเปิดตัวไลน์อัพอย่างเป็นทางการ

รายชื่อผู้เล่นของ Team SMG ในปัจจุบัน
1. MidOne
2. Neah
3. kpii
4. ah fu
5. Mushi

JAp8jk.gif

สื่อ เผย ดราม่า โด้ ที่แท้ โยนเสื้อให้เด็กเก็บบอล

สื่อ เผย ดราม่า โด้ ที่แท้ โยนเสื้อให้เด็กเก็บบอล

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาอยู่ในหน้าสื่ออีกครั้งหลังจากที่เจ้าตัวโยนเสื้อแข่งทิ้งลงพื้นหลังจบเกมที่ทีมเปิดบ้านชนะ เจนัว 3-1

ยูเวนตุส ได้สามประสานจาก เดยัน คูลูเซฟสกี้, อัลบาโร่ โมราต้า และ เวสตัน แม็คเคนนี่ ช่วยทีมคว้าสามแต้มมาครอง ในขณะที่แข้งวัย 36 ปีมีอาการหงุดหงิดหลังจากที่ไม่สามารถสอยตาข่ายได้ในเกมนี้

หลังสิ้นเสียงนกหวีดมีเหตุการณ์ที่สื่อหยิบยกเป็นประเด็นอีกครั้งเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถอดแข่งของตัวเองแล้วโยนลงพื้นก่อนที่จะเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเลย โดยหลังจากนั้นมีเด็กเก็บบอลที่มาหยิบเสื้อไป

อย่างไรก็ตามรายงานเผยว่าสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสไม่ได้โยนเสื้อทิ้งแต่อย่างใด แต่ตั้งใจที่จะมอบเสื้อตัวดังกล่าวให้กับเด็กเก็บบอลนั่นเอง

“มันเป็นเรื่องปกติ เขาต้องการทำประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองเห็นว่าการแข่งขันจะเป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแล้ว” อันเดรีย ปีร์โล่ พูดถึง โรนัลโด้

“มันเป็นส่วนหนึ่งของทัศนคติของแชมเปี้ยนที่ต้องการทำประตูอยู่เสมอ”

ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ เพิ่งโดนวิจารณ์อย่างหนักหลังหัวเสียที่ทีมไม่ได้ประตูในเกมคัดบอลโลกกับ เซอร์เบีย จนโยนปลอกแขนกัปตันทิ้งและเดินออกจากสนามไปเลยทั้งที่ยังไม่สิ้นเสียงนกหวีด

X
sell-960x100

[mc4wp_form id=”93618″]

UYd6V9.gif

ทันไหม ซานโช่ หายเดี้ยงลงซ้อมแล้วเตรียมพบเรือ

ทันไหม ซานโช่ หายเดี้ยงลงซ้อมแล้วเตรียมพบเรือ

เจดอน ซานโช่

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้รับข่าวดีเมื่อ เจดอน ซานโช่ ปีกชาวอังกฤษ หายเจ็บกลับมาลงซ้อมแล้วเมื่อวานนี้ระหว่างเตรียมทีมลงสนามพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันพุธ

เจดอน ซานโช่ ดาวเตะของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หายหน้าไปนานกว่า 1 เดือน เพราะมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อกระนั้นเขากลับมาลงซ้อมแบบส่วนตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“เสือเหลือง” พ่าย “เรือใบสีฟ้า” แบบหวุดหวิด 2-1 ในเกมนัดแรกเมื่อวันที่ 6 เมษายน และจำเป็นต้องพลิกผลการแข่งขันให้ได้ในกลางสัปดาห์นี้หากยังหวังผ่านเข้ารอบต่อไป

ถึงแม้อาจต้องลุ้นกับสภาพความฟิตของสตาร์วัย 21 ปี แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวมีลุ้นลงสนามเพราะสามารถสปรินท์และซ้อมกับบอลอย่างต่อเนื่องหลังเดินทางไปพักฟื้นที่ดูไบ ก่อนหน้านี้

ซานโช่ ยิงไป 12 ประตูกับอีก 16 แอสซิสต์ระหว่างการลงสนามรวมทุกรายการในซีซั่นนี้

sell-960x100

[mc4wp_form id=”93618″]