กรวีร์ ปริศนานันทกุล

หลังจากที่ ศบค. เปิดเผยว่าเตรียมมีมาตรการผ่อนปรนให้แฟนบอลเข้าสนาม เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ผ่านมา ทางบริษัท ไทยลีก จำกัด ได้ส่งจดหมายเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติ กับทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนแจ้งให้แต่ละสโมสรทำแผน เพื่อรวบรวมส่งให้กกท.และกระทรวงฯ ประเมินต่อไป

โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องประชุม บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้มีการประชุมร่วมกับสโมสรลีกอาชีพระดับไทยลีก 1-3 เพื่อชี้แจงและหารือเกี่ยวกับรูปแบบการจัดแข่งขันช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำลังมีมาตรการผ่อนปรนให้มีผู้ชมในสนาม โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน และตัวแทนสโมสรเข้าร่วม กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า

“เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีประกาศออกมาจาก ศบค. ทางไทยลีกได้ส่งหนังสือไปที่กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อถามถึงมาตรการในการจัดการแข่งขัน เนื่องจากมาตรการเหล่านี้ จำเป็นต้องออกมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมดูแล ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่สามารถที่จะประกาศให้มีผู้ชมเข้าสนามในทันที และต้องส่งแผนไปให้ทางกระทรวงได้พิจารณาก่อน ดังนั้น เราจึงยังไม่สามารถเปิดให้มีผู้ชมได้ในสุดสัปดาห์นี้”

“สิ่งที่ ศบค. กังวลคือเรื่องที่ผ่านมา บางสนามมีภาพปรากฏผ่านการถ่ายทอดสดที่แฟนบอลไม่สวมใส่หน้ากาก ไม่เว้นระยะห่าง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสุ่มเสี่ยง ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้น และทำให้การจัดแข่งขันฟุตบอลสะดุดลง ระหว่างที่เรากำลังจะจบฤดูกาลแข่งขันอีกแค่เดือนเดียว จะเป็นความเสียหายที่กระทบกับกีฬาฟุตบอลทั้งวงการ”

“ดังนั้น ก่อนที่จะเปิดให้แฟนบอลเข้าชมได้ จึงจำเป็นต้องพูดคุย ทำความเข้าใจ กำหนดมาตรการ รวมถึงแผนที่เคร่งครัด ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่จะเปิดให้เข้าชมได้ ก็ต้องเรียนแจ้งไว้ก่อนว่า จะมีขั้นตอนต่างๆ ที่เข้มงวด เพื่อให้ศบค. ได้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อไม่ให้ฟุตบอลเป็นต้นเหตุการระบาดของโรค”

“ทั้งนี้แต่ละสโมสรจะต้องทำแผนจัดการแข่งขันแบบมีผู้ชมของแต่ละสนามส่งให้ทางไทยลีกภายในวันที่ 1 มีนาคม เพื่อผู้รวบรวมให้ กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต่อไป”

“ตอนนี้เราตั้งเป้าไว้ว่าทุกๆ สโมสรจะสามารถจัดการแข่งขันแบบมีผู้ชม 25% ของความจุสนามได้โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 2-4 มีนาคมนี้ และในช่วงเวลา 7-10 วันดังกล่าวจะมีตัวแทนจาก กกท. และ กระทรวงฯ มาประเมินการจัดการแข่งขันของแต่ละสโมสร ว่ามีการปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัดมากน้อยแค่ไหน ถ้าผ่านการประเมินที่ทาง กกท. และ กระทรวงฯ กำหนด ก็จะได้รับพิจารณาเพิ่มจำนวนผู้ชมเป็น 50% เริ่มช่วงกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไป แต่หากสโมสรใดไม่ผ่านประเมิน ก็มีสิทธิ์ที่สโมสรนั้นจะกลับไปแข่งแบบปิดจนจบฤดูกาล

“จะเห็นได้ว่าการกลับมาเปิดสนามรอบนี้ ทางภาครัฐค่อนข้างเข้มงวดและมีความกังวลว่าแฟนบอลต่างๆ ที่เข้าไปชมฟุตุบอลในสนามจะปฏิบัติตามมาตรการได้หรือไม่ ซึ่งนี่คือโอกาสที่วงการฟุตบอลจะแสดงศักยภาพให้เห็นว่าเราจะเข้มงวดได้มากน้อยแค่ไหน ต้องอาศัยความร่วมมือจากสโมสรในฐานะผู้จัดการแข่งขัน และแน่นอนครับ ที่สำคัญคือแฟนบอลทุกท่านในการให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เพื่อให้สโมสรที่ท่านสนับสนุนสามารถจัดการแข่งขันแบบมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นได้” กรวีร์ ปริศนานันทกุล กล่าวปิดท้าย